当前位置:首页 > 时尚 > ปภ.คุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตร แก้ปัญหา PM 2.5 ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่า 15% 正文
ปภ.คุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตร แก้ปัญหา PM 2.5 ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่า 15%
时间:2026-01-08 17:46:14 来源:离经叛道网
ปภคุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตรแก้ปัญหาPMตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่า
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในช่วงปี 2568 - 2569 ประเทศไทยยังคงพบจุดความร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ‘การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง’ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568–2570 และระยะ 5 ปีต่อไป รวมถึงมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประสานทุกจังหวัดให้เฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมใช้กลไกการแจ้งเตือนรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย และทบทวนจัดทำแผนเผชิญเหตุให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะข้อมูลพื้นที่เสี่ยง ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทรัพยากร เครื่องจักรกล และการมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดให้มีการซักซ้อมแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไกของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกระดับ ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และที่สำคัญเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชน โดยอาศัยกลไกฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดกฎ กติกา ข้อตกลงร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อกำกับพฤติกรรมลดการเผาในที่โล่งและลดฝุ่นละออง และหากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน หรือฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มรุนแรงหรือเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ให้ยกระดับการปฏิบัติอย่างเข้มข้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้งชุดลาดตระเวนและจุดตรวจ การดูแลผลกระทบต่อประชาชน การพิจารณามาตรการด้านสาธารณสุขและการศึกษา การสื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพิจารณาประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
ขณะเดียวกัน การดูแลและควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมที่ยังพบจุดความร้อนจำนวนมาก หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา ในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568/2569 โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานให้พื้นที่เกษตรทั่วประเทศ ลดการเผาไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ในพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ที่จะต้องลดการเผาลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมติดตามจำนวนจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และปริมาณเศษวัสดุการเกษตรที่นำไปใช้ประโยชน์แทนการเผาอย่างใกล้ชิด โดยมี 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1. การเฝ้าระวัง สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมระบบ VIIRS ติดตามจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้แบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ในพื้นที่ หากตรวจพบการเผาในพื้นที่เกษตรจะถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและการช่วยเหลือจากภาครัฐ และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตั้งแต่การเตือน ชะลอการออกเอกสารสิทธิ ไปจนถึงการสิ้นสิทธิการครอบครองที่ดิน
2. การบริหารจัดการเผาและการใช้ประโยชน์เศษวัสดุการเกษตร โดยบริหารการเผาภายใต้ระบบลงทะเบียน ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่ครอบคลุมช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ การควบคุมดูแล ขั้นตอน และผู้รับผิดชอบในการประกาศให้เกษตรกรรับทราบ ซึ่งกรณีจำเป็นต้องใช้ไฟ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและขออนุญาตบริหารจัดการการเผาผ่านระบบ “Burn Check” ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ รวมถึงดันเศษวัสดุเกษตรสู่พลังงานชีวมวล และโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อลดการเผาทำลายในพื้นที่
3. การกำหนดมาตรการมิให้นำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ต้องผ่านการตรวจสอบย้อนกลับว่าปลอดการเผา เพื่อป้องกันการถ่ายโอนปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน
4. การส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท ดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรปลอดการเผา รวม 21 โครงการ ครอบคลุมการไถกลบตอซัง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การแปรรูปวัสดุเหลือใช้ การปลูกพืชมูลค่าสูง และการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่สูง
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในช่วงปี 2568 - 2569 ประเทศไทยยังคงพบจุดความร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ‘การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง’ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568–2570 และระยะ 5 ปีต่อไป รวมถึงมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประสานทุกจังหวัดให้เฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมใช้กลไกการแจ้งเตือนรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย และทบทวนจัดทำแผนเผชิญเหตุให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะข้อมูลพื้นที่เสี่ยง ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทรัพยากร เครื่องจักรกล และการมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดให้มีการซักซ้อมแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไกของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกระดับ ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และที่สำคัญเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชน โดยอาศัยกลไกฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดกฎ กติกา ข้อตกลงร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อกำกับพฤติกรรมลดการเผาในที่โล่งและลดฝุ่นละออง และหากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน หรือฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มรุนแรงหรือเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ให้ยกระดับการปฏิบัติอย่างเข้มข้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้งชุดลาดตระเวนและจุดตรวจ การดูแลผลกระทบต่อประชาชน การพิจารณามาตรการด้านสาธารณสุขและการศึกษา การสื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพิจารณาประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
ขณะเดียวกัน การดูแลและควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมที่ยังพบจุดความร้อนจำนวนมาก หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา ในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568/2569 โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานให้พื้นที่เกษตรทั่วประเทศ ลดการเผาไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ในพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ที่จะต้องลดการเผาลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมติดตามจำนวนจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และปริมาณเศษวัสดุการเกษตรที่นำไปใช้ประโยชน์แทนการเผาอย่างใกล้ชิด โดยมี 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1. การเฝ้าระวัง สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมระบบ VIIRS ติดตามจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้แบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ในพื้นที่ หากตรวจพบการเผาในพื้นที่เกษตรจะถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและการช่วยเหลือจากภาครัฐ และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตั้งแต่การเตือน ชะลอการออกเอกสารสิทธิ ไปจนถึงการสิ้นสิทธิการครอบครองที่ดิน
2. การบริหารจัดการเผาและการใช้ประโยชน์เศษวัสดุการเกษตร โดยบริหารการเผาภายใต้ระบบลงทะเบียน ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่ครอบคลุมช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ การควบคุมดูแล ขั้นตอน และผู้รับผิดชอบในการประกาศให้เกษตรกรรับทราบ ซึ่งกรณีจำเป็นต้องใช้ไฟ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและขออนุญาตบริหารจัดการการเผาผ่านระบบ “Burn Check” ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ รวมถึงดันเศษวัสดุเกษตรสู่พลังงานชีวมวล และโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อลดการเผาทำลายในพื้นที่
3. การกำหนดมาตรการมิให้นำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ต้องผ่านการตรวจสอบย้อนกลับว่าปลอดการเผา เพื่อป้องกันการถ่ายโอนปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน
4. การส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท ดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรปลอดการเผา รวม 21 โครงการ ครอบคลุมการไถกลบตอซัง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การแปรรูปวัสดุเหลือใช้ การปลูกพืชมูลค่าสูง และการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่สูง
相关内容
- ·导演确认《惊天魔盗团4》已正式立项 马克叔将回归
- ·2025年“华文教育·华校校长”研习班在厦门开班
- ·逆水寒荒朽遗风怎么获得 荒朽遗风获得详细步骤
- ·金铲铲之战S9贪欲猎手阵容如何搭配 金铲铲之战S9贪欲猎手阵容搭配分享一览
- ·万幸!骨头和韧带没问题 萨姆纳最该向徐杰道歉?
- ·全国碳市场累计成交破百亿,垃圾分类能减碳
- ·望江县长岭镇:以墙话廉引领新风
- ·逆水寒荒朽遗风怎么获得 荒朽遗风获得详细步骤
- ·[新浪彩票]足彩第25182期大势:巴萨拜仁可作胆
- ·小岛狂赞国产电影《捕风捉影》:太棒了 简直是神作
- ·荣获“2013环境企业影响力大奖”
- ·徽州区:“小公厕”承载“大民生”
- ·遭遇孩子游戏“氪金”怎么办?依法维权“四步走”
- ·คาดช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 มีผู้ใช้บริการสนามบินดอนเมืองมากกว่า 1 แสนคน/วัน
- ·传奇终极技巧之以攻代防战略
- ·2025世界制造业大会丨“智”在必得
最新内容
推荐内容
